วันพฤหัสบดีที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

รายงานกานตรวจสอบกิจการเดือนมิถุนายน 2559

รายงานการตรวจสอบกิจการ
สหกรณ์ออมทรัพย์ครูสิงห์บุรี จำกัด
ประจำเดือน มิถุนายน  2559
เรียน   คณะกรรมการสหกรณ์ออมทรัพย์ครูสิงห์บุรี จำกัด
          ผู้ตรวจสอบกิจการ ทั้ง 5 คน ได้ดำเนินการตรวจสอบกิจการ เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม 2559 ตามแผนที่กำหนดไว้ จึงขอรายงามผลการตรวจสอบ ดังนี้
1. เรื่องที่ตรวจ
   1.1  ยอดเงินคงเหลือในบัญชีเงินฝากธนาคาร  
    1.2  ทุนของสหกรณ์
     1.3 เงินกองทุนสวัสดิการและสงเคราะห์สมาชิกและสังคม
    2. วัตถุประสงค์ของการตรวจสอบ
      2.1 เพื่อตรวจสอบความถูกต้องของบัญชีและยอดเงินตามสมุดคู่ฝากธนาคาร
        2.2  เพื่อตรวจสอบเงินทุนของสหกรณ์และการเก็บรักษา
       2.3 เพื่อตรวจสอบการดำเนินการเงินกองทุนสวัสดิการสมาชิก
3. ขอบเขตและวิธีการตรวจสอบ
      3.1 ตรวจสอบบัญชีการเงิน ณ 31 พฤษภาคม 2559
       3.2  ตรวจสอบเอกสารหลักฐานสมุดคู่ฝาก และหลักฐานอื่น ๆ เปรียบเทียบบัญชี
      3.3 สอบถามการดำเนินกับเจ้าหน้าที่ และรองผู้จัดการ
4. ผลการตรวจสอบและข้อเสนอแนะ
     4.1 ผลการตรวจสอบ              
(1) เรื่องยอดเงินคงเหลือในบัญชีธนาคาร
จากการตรวจสอบ ยอดเงินตามสมุดคู่ฝากของแต่ละธนาคาร กับหลักฐานที่ปรากฏตามบัญชีงบทดลอง ณ วันที่ 31 พฤษภาคม 2559  ปรากฏว่าตรงกันทุกบัญชีและทุกธนาคาร การเก็บรักษา เจ้าหน้าที่บัญชีเป็นผู้เก็บรักษาไว้ทั้งหมด
   ข้อสังเกต  เนื่องจากอำนาจในการเบิก ถอน เงินจากธนาคารเป็นข้อตกลงที่ผู้เปิดบัญชีต้องเขียนเงื่อนไข ไว้กับธนาคาร และผู้มีอำนาจต้องเป็นไปตามข้อบังคับโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการ ดังนั้นจึงมีการเปลี่ยนแปลงตัวบุคคลตามวาระที่กำหนด
 ข้อเสนอแนะ ควรมีการจัดทำทะเบียนคุมแต่ละธนาคาร ระบุ ผู้มีอำนาจเบิก ถอนแต่ละช่วงเวลา  เพื่อประโยชน์ในการสืบหาข้อมูลในอดีตที่ผ่านมา หากมีความจำเป็นต้องใช้ เช่น สมุดคู่ฝากธนาคารนครหลวงไทย ประเภทฝากประจำ ฝากมาเป็นเวลานาน ทำให้เกิดความไม่ชัดเจนในการเบิก ถอน
(2) เรื่องทุนของสหกรณ์
(2.1)จากการศึกษาข้อบังคับของสหกรณ์ออมทรัพย์ครูสิงห์บุรี จำกัด หมวด 3 ข้อ 4 ที่มาของทุน มีดังนี้ 
(1) ออกหุ้น
(2) รับฝากเงินจากสมาชิก
(3) กู้ยืมเงินและรับเงินจากการออกตั๋วสัญญาใช้เงิน และตราสารการเงินอย่างอื่น
(4) สะสมทุนสำรองและทุนอื่น ๆ
(5) รับเงินอุดหนุนหรือทรัพย์สินที่มีผู้ยกให้
(2.2) ได้ตรวจสอบจำนวนทุนจากหลักฐานทางบุญชี ณ วันที่ 31 พฤษภาคม 2559 พบว่า ทุนของสหกรณ์ตามข้อบังคับมีจำนวน ดังนี้
(2.2.1) ออกหุ้นให้สมาชิก และสมาชิกสมทบ ร่วมลงทุนเป็นเงิน   1,486,310,390.- บาท
(สมาชิกมีหุ้น 1,431,286,790.- บาท สมาชิกสมทบมีหุ้น 55,023,600.- บาท)
(2.2.2)เงินรับฝาก มีปรากฏ ดังนี้
            - รับฝากจากสมาชิก                                505,591,367.27
            - รับฝากจากสมาชิกสมทบ                         29,642,713.47
            - รับฝากจาก สก.สค.                               200,000,000.- 
                                  รวม                        735,234,080.74 บาท
(2.2.3) กู้ยืมเงิน และรับเงินจากตั๋วสัญญาใช้เงิน มีดังนี้
            - ธนาคารกรุงไทย กระแสรายวัน                2,154,840.- บาท
            - ตั๋วสัญญาใช้เงิน ธนาคารกรุงเทพ           120,000,000.- บาท
            - ตั๋วสัญญาใช้เงินธนาคารกรุงไทย 185,000,000.- บาท
                                      รวม               307,154,840.- บาท
 (2.2.4) สะสมทุนสำรองและทุนอื่น ๆ มีดังนี้
            - ทุนสำรอง                                   145,022,867.66 บาท
          - ทุนสาธารณประโยชน์                                  819,700.-   บาท
            - ทุนรักษาระดับอัตราปันผล                       575,000.- บาท
            - ทุนเพื่อการศึกษาอบรม                           186,075.- บาท
          - ทุนสะสมเพื่อสงเคราะห์สมาชิกและสังคม     1,381,578.38 บาท
                                      รวม               147,985,221.04 บาท
(2.2.5)   ไม่มี
รวมสหกรณ์ออมทรัพย์ครูสิงห์บุรี จำกัด มีทุนตามข้อบังคับทั้งสิ้น 2,676,684,531.78 บาท
ข้อสังเกต และข้อเสนอแนะ  ไม่มี
(3) เรื่องกองทุนสวัสดิการและสงเคราะห์สมาชิกและสังคม      
สืบเนื่องจากได้นำสมุดคู่ฝากเงินที่สหกรณ์มีอยู่มาตรวจสอบยอดเงิน กับบัญชีการเงิน ได้พบ บัญชีเงินฝากธนาคารนครหลวงไทย ประเภทฝากประจำ ชื่อบัญชีสหกรณ์ออมทรัพย์ครูสิงห์บุรี เลขที่บัญชี 385-1-01411-1 มีเงินจำนวน 4,271,496.28 บาท  มีรายชื่อเขียนไว้ด้วยดินสอ “ สมยศ สุวรรณ นิวัติ บุญแทน สุมารี ยุทธิพันธ์” ได้สอบถามรองผู้จัดการทราบว่า เป็นเงินที่จัดสรรจากกำไรสุทธิ ตั้งแต่สมัย ผู้จัดการปรีชา เพื่อเป็นสวัสดิการสงเคราะห์สมาชิก และสังคม โดยมีระเบียบรองรับ ได้ตรวจสอบระเบียบพบว่า ได้มีการปรับปรุงเมื่อปี 2554 มีความข้อ 5 แห่งระเบียบระบุว่า “ให้โอนเงินและทรัพย์สินจากระเบียบสหกรณ์ออมทรัพย์ครูสิงห์บุรี จำกัด ว่าด้วยกองทุนสวัสดิการสงเคราะห์สมาชิก พ.ศ.2552 มาเป็นเงินและทรัพย์สินของกองทุนสะสมเพื่อสวัสดิการสงเคราะห์สมาชิกและสังคม พ.ศ. 2554”
ข้อสังเกต   เงินจำนวนนี้ ขณะนี้ฝากไว้กับธนาคาร และในส่วนของสหกรณ์ได้มีการลงบัญชีไว้ในหน้าบัญชีทรัพย์สิน ซึ่งสามารถควบคุมได้ ไม่สูญหาย แต่ยังมิได้นำมาเพื่อวัตถุประสงค์แห่งระเบียบที่กำหนดไว้
ข้อเสนอแนะ ควรมีการดำเนินการให้เป็นไปตามระเบียบให้เบื้องต้นให้มีการดำเนินการตาม ข้อ 5 เพื่อนำมารวมกับทุนสะสมเพื่อสงเคราะห์สมาชิกและสังคม ซึ่งมีทุนแล้ว จำนวน 1,381,578.38 บาท  ทั้งนี้จะเป็นการเพิ่มทุนด้วยทางหนึ่งหากยังไม่มีความจำเป็นต้องใช้จ่าย ซึ่งจะได้ผลประโยชน์มากกว่าฝากไว้กับธนาคาร
                                สุมารี  อุสาหะ                        จ.ส.อ.ดิเรก   พรประเสริฐ       
                                            สุมาลี  ชูจันทร์                       สำราญ  ชูเนตร                                                                                                วันชัย  กล้าเอี่ยม               
                                                                ผู้ตรวจสอบกิการ

       

วันเสาร์ที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2559

รายงานการตรวจสอบกิจการ

รายงานการตรวจสอบกิจการ
สหกรณ์ออมทรัพย์ครูสิงห์บุรี จำกัด
ประจำเดือน พฤษภาคม  2559
เรียน   คณะกรรมการสหกรณ์ออมทรัพย์ครูสิงห์บุรี จำกัด
          ผู้ตรวจสอบกิจการ ทั้ง 5 คน ได้ดำเนินการตรวจสอบกิจการ เมื่อวันที่ 7 มิถุนายน 2559 ตามใบงานและแผนที่กำหนดไว้ จึงขอรายงามผลการตรวจสอบ ดังนี้
1. เรื่องที่ตรวจ
   1.1  สัญญากู้ ฉ.ฉ.รายปี
   1.2  รายรับ รายจ่าย รอบไตรมาสที่ 2
    2. วัตถุประสงค์ของการตรวจสอบ
   2.1 เพื่อตรวจสอบความถูกต้องสมบูรณ์ในการดำเนินการจัดทำสัญญาเงินกู้ ฉ.ฉ.รายปีของสมาชิก
   2.2  เพื่อตรวจสอบและวิเคราะห์รายรับ รายจ่าย รอบไตรมาสที่ 2
3. ขอบเขตและวิธีการตรวจสอบ
   3.1 ตรวจสอบสัญญาการกู้ ฉ.ฉ. รายปีของสมาชิกที่เริ่มกู้ตั้งแต่เดือนธันวาคม 2558
   3.2  ตรวจสอบเอกสารหลักฐานการรับ การจ่ายเงินในช่วงไตรมาสที่ 2 เปรียบเทียบประมาณการ
 4. ผลการตรวจสอบและข้อเสนอแนะ
   4.1 สัญญาเงินกู้ ฉ.ฉ. รายปี
ผลการตรวจสอบ              
  (1)จากการตรวจสอบกับเจ้าหน้าที่ ที่รับผิดชอบแต่ละหน่วย พบว่า สัญญาเงินกู้ ฉ. ฉ.รายปี ซึ่งได้มีการกู้ไปตั้งแต่เดือน ธันวาคม 2558 ยังขาดความสมบูรณ์ โดยเฉพาะผู้กู้ยังไม่มีการลงลายมือชื่อที่สัญญา ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้พยายามดำเนินการทั้งแจ้งทางโทรศัพท์ แจ้งผ่านทางผู้บริหารและเพื่อนครูแล้ว ก็ยังไม่ประสบผลสำเร็จ ซึ่งปรากฏราชื่อ ดังนี้
หน่วยจังหวัด  มีจำนวน 11 ราย คือ
1.นายวิชิต  คงเพ็ชร์                                วิทยาลัยเกษตร
2.นางอรุณี  ราชประสิทธิ์                         วิทยาลัยเทคนิค
3.นายสุเทพ  ไล้เลิศ                                วิทยาลัยเทคนิค
4.นางนิตยา  ดกกลาง                             วิทยาลัยอาชีวะ
5.น.ส.ฐานิดา  สิงห์จันลา                                    วิทยาลัยอาชีวะ
6.นางรัตนา  จุ้ยแจ่ม                               ร.ร.เทศบาล 1
7.นายสนอง  พิเคราะห์ฤกษ์                     บำนาญ สพป.
8.นายสามดาว  ก้อนแข็ง                         บำนาญ สพป.
9.นายเสวก  โทเอี่ยม                               สพป.สิงห์บุรี
10.นายเอกชัย  ประสงค์รุ่งสว่าง               สพป.สิงห์บุรี
11.นางวรฑา  ไชยาวรรณ             บำนาญ
หน่วยอำเภอเมือง  จำนวน 25 ราย  ดังนี้
1.นางอติภา  อุ่นสมัย     วัดศรัทธาภิรม           2.นายไพบูลย์  โพธิดา  วัดหัวว่าว
3.น.ส.ช่อลัดดา กลิ่นประทุม วัดพรหมสาคร   4.นายพันธ์ศักดิ์ ประสิทธิแสน  ชุมชนวัดพระนอน
5.นายนรงค์  โสภา      วัดศรีสาคร                             6.นายขวัญเมือง  กลีบบัว  อนุบาลเมืองสิงห์
7.นายสมศักดิ์  ตัณฑ์ประสาสน์  อนุบาลเมืองสิงห์    8.นายสมศักดิ์  ปานดำ   วัดข่อย
ลำดับที่ 9 – 25 เป็นข้าราชการบำนาญ ซึ่งได้แก่
9.นางอรุณี  อะฏะวินทร์                       10.นางพวงแก้ว เรืองเผ่าพันธุ์             11.นางชนิดา ทับขวัญ
12.นางมณี  โสภาจารีย์                        13.นางส่องแสง  แป้นแก้ว               14.นางวันทอง เชยสาคร
15.นายบุญแทน สว่างเรือง                  16.นายชอบ พูลธัญกิจ                         17.นายอุไร  ชะรอยรัมย์
18.นางผจงจิตต์  กษมากรณ์                               19.นางจิราภรณ์  เชยชม                   20.นางสนอง  ปลื้มอารมณ์
21.นางเสริมศรี  จำนงนารถ                 22.นางอุบลวรรณ  ดีสุวรรณ                               23.นางพเยาว์  ปุสเทพ
24.นางวนิดา  ตาระเกตุ                       25.นายธนู  คล้ายปั้น
บำนาญ สพม. 5  มีจำนวน 6 ราย ดังนี้
1.นายมานัต  จูมั่น                                 2.นางช้องมาศ  เดชากุล                       3.นางนวลสวาท  ปืนแก้ว
4.นายปรียชาด  บัวสรวง                      5.นายณรงค์ศักดิ์  อนุสิฏฐกุล          6.น.ส.นิภาวรรณ  เครือรัตน์
บำนาญสศจ. มีจำนวน 7 ราย ดังนี้                                                                                                                          
  1.นายคำสิงห์  ไค่นุ่นสิงห์                   2.น.ส.กัลยาณี  ศรีสุชาติ            3.นายเทิดศักดิ์  คุณวุฒิฤทธิรณ
4.นายไชยยันต์  ชาติสวัสดิ์วัฒนะ       5.นายพิศ  ภูมิจิตรมนัส                         6.นางสุนทร  พิทักษ์สาลี
7.นางบุญเรือน  รองแก้ว
อำเภออินทร์บุรี  จำนวน  18  ราย  ดังนี้
1.นายสมนึก  ปุ้นผล   พิพิธภัณฑ์                    2.นางธัญญ์ญาณ์  อินทร์ประยงค์  วัดเพิ่มประสิทธิผล
3.น.ส.ณัฐิกานต์  รักนาค   วัดบ้านลำ             4.นายคนึง  ขำนาท    วัดท่าอิฐ
5.นายมารุตร์  เอี่ยมสุภา   วัดล่องกระเบา         6.นายอุทัย  มั่นทัพ   วัดโบสถ์
7.นายสมศักดิ์  เรืองรุ่ง  วัดล่องกระเบา
ลำดั้บที่ 8 – 18 เป็นข้าราชการบำนาญ ดังนี้นข้าราชการบนญ             
8.นายทวี  สุขเปี่ยม                                               9.นายธงชัย  ชูทอง                                10.นางเสาวลักษณ์  แสนทน.
11.นายมิ่ง  เทียมมล                             12.นางยอดตา  โพธิ์นรินทร์     13.นางกิตติยา  สุทธิชาติ
14.นายประชุม  ทองเศวต                    15.นายเกรียงไกร  วิทยานันท์              16.นายยงยศ  พะลัง
17.นายมานิต  ปล้องประภา                                18.นายคำรณ  บุญเรือนณรงค์
ข้อสังเกต
          ได้เคยให้ข้อเสนอแนะในการดำเนินการไว้ในคราวประชุมคณะกรรมการดำเนินการครั้งหนึ่งแล้วว่าควรจัดทำหนังสือแจ้งผู้บังคับบัญชาพร้อมทั้งกำหนดระยะเวลาในการประสานการดำเนินการกับสหกรณ์ฯ แต่ยังไม่ประสบผลสำเร็จ
ข้อเสนอแนะ
1.ขอความร่วมมือคณะกรรมการ คณะอนุกรรมการ และที่ปรึกษา ให้ช่วยแจ้งผู้มีรายชื่อดังกล่าวมาดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในเดือนมิถุนายน 2559
2.ให้คณะกรรมการและเจ้าหน้าที่ปฏิบัติให้เป็นไปตาม ระเบียบ ประกาศของสหกรณ์ฯ ในกรณี ฉ.ฉ.รายปี เมื่อสิ้นปีผู้กู้จะต้องชำระหนี้ตามสัญญาให้เสร็จสิ้นก่อน จึงจะกู้ใหม่ได้ ไม่ควรดำเนินการเสมือนต่อสัญญาเหมือนที่ดำเนินการอยู่ ผู้ที่ประสงค์จะกู้ใหม่เพื่อนำเงินมาชำระหนี้ต้องมาเขียนคำขอกู้ด้วยตนเอง และวงเงินให้กู้ไม่ควรเกินจำนวนหนี้ที่มีอยู่ เพื่อช่วยลดภาระหนี้สินให้กับสมาชิก 
4.2 รายรับ รายจ่าย รอบไตรมาสที่ 2
เอกสารบัญชีสรุปดังแนบ






ประมาณการกำไรสุทธิ
          จากข้อมูลบัญชีสรุปรายรับ รายจ่าย ในรอบ 2 ไตรมาศ (ครึ่งปี) ประมาณการได้ว่า สหกรณ์มีกำไรขั้นต้น จำนวน  57,729,386.85 บาท เมื่อพิจารณาค่าใช้จ่ายตามประมาณการที่จำเป็นต้องนำมาหักโดยคิดคำนวณครึ่งหนึ่งของจำนวนที่ประมาณการไว้ ซึ่งได้แก่
1.เงินสำรองบำเหน็จเจ้าหน้าที่    จำนวน      500,000.- บาท
2.ตั้งเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ              จำนวน     500,000.- บาท
3.ค่าเสื่อมราคา                           จำนวน    600,000.- บาท
4.ค่าปรับปรุงอาคาร ตัดจ่าย         จำนวน    425,000.- บาท
5.ค่าปรับปรุงภูมิทัศน์ตัดจ่าย         จำนวน    277,600.- บาท
6.ค่าตกแต่งภายในตัดจ่าย             จำนวน    300,000.- บาท
                  รวม                         จำนวน    2,602,600.- บาท
กำไรสุทธิในรอบครึ่งปีจึงประมาณได้ จำนวน  55,126,786.85 บาท (57,729,386.85 – 2,602,600.-) สูงกว่าประมาณการที่ตั้งไว้
ข้อสังเกต 1. เมื่อวิเคราะห์แล้วพบว่ารายรับ แต่ละเดือนคงสภาพปกติ สมาชิกที่กู้คงสภาพ ไม่เพิ่มและไม่ลดต่ำมีรายได้สม่ำเสมอจากดอกเบี้ยให้กู้
              2. รายจ่ายที่ลดลงชัดเจน คือดอกเบี้ยจ่าย ซึ่งแสดงถึงสหกรณ์มีทุนเพิ่มขึ้น เมื่อตรวจสอบข้อมูลพบว่าสมาชิกสมทบมีมากขึ้น และมีหุ้นจำนวนสูงขึ้น
ข้อเสนอแนะ 1. สหกรณ์ฯต้องพยายามรักษาจำนวนลูกหนี้อื่นไว้อย่าให้เพิ่มมากกว่าที่เป็นอยู่ และในขณะเดียวกันก็ควรดำเนินการกับลูกหนี้อื่น ๆ ให้มีการชำระเงินงวดชำระหนี้ให้เป็นปกติ
                   2. ควรศึกษาสถานการณ์ทางการเงินของสถาบันทางการเงินอื่น ๆอย่างใกล้ชิด ซึ่งอาจส่งผลในด้านทุนของสหกรณ์ฯ ทั้งนี้สมาชิกสมทบอาจมีการเพิ่มหุ้นจำนวนมากจนเกินความจำเป็นของสหกรณ์ฯ


                                                สุมารี  อุสาหะ                         ผู้ตรวจสอบกิจการ
                                      จ.ส.อ.ดิเรก   พรประเสริฐ        ผู้ตรวจสอบกิจการ
                                                สุมาลี  ชูจันทร์                         ผู้ตรวจสอบกิจการ
                                                สำราญ  ชูเนตร                    ผู้ตรวจสอบกิจการ
                                                วันชัย  กล้าเอี่ยม                     ผู้ตรวจสอบกิการ
      




 สรุปรายรับ-จ่ายไตรมาสที่ 2 (1มีนาคม 2559 – 31 พฤษภาคม 2559)
สหกรณ์ออมทรัพย์ครูสิงห์บุรี จำกัด
รายการรับ-จ่าย
ประมาณการ
ไตรมาสแรก
ไตรมาสที่ 2
รวมทั้งสิ้น
(ไครมาส 1 และ 2)
ร้อยละของประมาณการ
มีนาคม
เมษายน
พฤษภาคม
รวม
รายรับ
1.ดอกเบี้ยรับ

153,000,000.-

38,392,220.50

13,020,353.-

12,725,923.50

13,162,205.75

38,908,482.25

77,300,702.75

50.48
2.รายได้อื่น ๆ
1,060,000.
124,537.65
130,806.48
27,570.-
-14,364.50
144,011.98
268,549.63
25.33
รวมรับ
154,060,000.-
38,516,758.15
13,151,159.48
12,753,493.50
13,147,841.25
39,052,494.23
77,569,252.38
50.35
รายจ่าย
1.ดอกเบี้ยจ่าย

45,600,000.-

6,556,109.22

2,017,364.31

1,167,926.63

2,550,895.72

5,736,186.66

12,292,295.88

26.96
2.เงินสดจ่าย
9,400,000.-
5,224,319.-
402,406.-
384,303.-
400,130.-
1,186,839.-
6,411,158.-
68.20
3.ประมาณการ
3,350,000.-
6,533.-
0.-
0.-
20,564
20,564.-
27,097
0.81
4จัดซื้อทรัพย์สิน
550,000.-
17,690.-
0.-
   0.-
0.-
0.-
17,690
3.22
5.อื่น ๆ
5,918,200.-
2,493,620.14
125,357.12
137,790.30
250,357.09
513,504.51
3,007,124.65
50.81
รวมจ่าย
64,818,200.-
12,382,771.36
2,545,127.43
1,699,019.93
3,221,946.81
7,457,094.17
19,839,865.53
30.61

ากบัญชีสรุปข้างต้น แสดงรายรับ และรายจ่ายที่เกิดขึ้นจริง ข้อมูลได้จากเจ้าหน้าที่บัญชี และการตรวจสอบเอกสารประกอบการลงบัญชีในรอบ 2 ไตรมาส หรือครึ่งปี จากข้อมูลพบว่ารายรับในภาพรวมเป็นไปตามประมาณการซึ่งมีค่าใกล้เคียงกันมากที่สุด เมื่อคิดเป็นร้อยละได้ 50.35 ของประมาณการรายรับที่ที่ประชุมใหญ่อนุมัติ
            ด้านรายจ่าย ในภาพรวมมีการใช้จ่าย ร้อยละ 30.61 ของประมาณการรายจ่าย เมื่อพิจารณารายการจ่ายพบว่า หมวดเงินสดจ่าย มีอัตราค่าร้อยละสูงสุด คือ 68..20 ของรายจ่ายตามประมาณการในหมวดนี้ อันดับรองลงมาได้แก่การจ่ายในหมวดค่าใช้จ่ายอื่น ๆ คิดเป็นร้อยละ 50.81 ของประมาณการในหมวดนี้
ข้อสังเกต  1.   รายรับที่ได้จากรายได้อื่น ๆ นอกเหนือจากดอกเบี้ย ตามประมาณการที่ที่ประชุมใหญ่อนุมัติ ประกอบด้วย 1.ดอกเบี้ยเงินฝากธนาคาร 2.ค่าธรรมเนียมแรกเข้า 3.ผลตอบแทนการลงทุนถือหุ้น 4.ค่าเช่าห้องประชุมและร้านค้า 5.ค่าเผื่อหนี้สูญรับคืนจากลูกหนี้ตามคำพิพากษาและลูกหนี้อื่น ๆ 6.ค่าธรรมเนียมถอนเงินออมทรัพย์ 7.รายได้เบ็ดเตล็ด 8.รายได้จาผลตอบแทนบริษัทประกัน ทุกรายการมีการเคลื่อนไหว ยกเว้นรายการค่าเผื่อหนี้สูญรับคืนจากลูกหนี้ตามคำพิพากษาและลูกหนี้อื่น ไม่มีการเคลื่อนไหว ซึ่งตามประมาณการตั้งไว้ จำนวน 500,000.- (ห้าแสนบาทถ้วน) เมื่อตรวจรายละเอียดพบว่า ลูกหนี้ตามคำพิพากษามีจำนวน 5 ราย จำนวนเงินต้นทั้งสิ้น 3,890,546.75 (สามล้านแปดแสนเก้าหมื่นห้าร้อยสี่สิบหกบาทเจ็ดสิบห้าสตางค์) ดอกเบี้ย 360,830.94 บาท ทั้ง 5 รายนี้ ฝ่ายจัดการได้นำเสนอข้อมูลที่เหมือนเดิมทุกเดือนที่ผ่านมา โดยเฉพาะรายนายอนันต์  บุญพุทธรักษ์ ฝ่ายจัดการได้นำเสนอว่า อยู่ระหว่างการสืบทรัพย์ ซึ่งเป็นถึงครึ่งปีแล้ว ยังไม่มีผลคืบหน้า เกรงว่าจะทำให้สหกรณ์เสียผลประโยชน์  สำหรับรายจ่ายไม่มีข้อสังเกต เนื่องจากมีการใช้จ่ายตามรายการและวงเงินตามประมาณการส่วนค่าใช้จ่ายรายการเงินสดจ่ายที่สูง ถึงร้อยละ68.20นั้นจากการตรวจสอบพบว่าเป็นการค่าใช้จ่ายวันประชุมใหญ่
ข้อเสนอแนะ 1. สหกรณ์ได้แต่งอนุกรรมการที่จะช่วยเหลือในการติดตามทวงถามหนี้สินกับสมาชิกอยู่แล้ว ควรมอบหมายให้ดำเนินการเฉพาะกิจ และรายงานผลให้ทราบโดยเร็ว
                   2.การใช้จ่ายเงินควรรักษาวินัยเช่นนี้ตลอดไป กล่าวคือ จ่ายตามรายการและจำนวนตามประมาณการที่ที่ประชุมใหญ่อนุมัติ